ขนาดอักษร  เล็กลง | มาตรฐาน | ใหญ่ขึ้น

baimon

1) “หม่อน” เบื้องหลังที่ถูกลืม  

          ผ้าไหมสุรินทร์คือตำนานที่คนทั่วไปกล่าวขวัญถึง ด้วยลายผ้าที่มีความงดงามเฉพาะตัวและเนื้อผ้าที่ละเอียดอ่อนนิ่มนวล โดยเฉพาะผ้าไหมยกทองชั้นสูงราคาผืนละแสนกว่าบาทแสดงถึงความเจริญทางวัฒนธรรมถึงขีดสุด

bm

 รูปที่ 1 จันทร์โสมา โรงทอผ้าไหมยกทองอันเลื่องชื่อของสุรินทร์

          ผ้าไหมแต่ละผืนมีทั้งประวัติศาสตร์ชาติพันธุ์ วิถีชีวิตและเรื่องเล่ามากมาย แต่ใบหม่อนสุรินทร์กลับไม่เคยมีพื้นที่อยู่ในเรื่องราวเหล่านั้นเลย เพราะคนไม่เห็นถึงเกี่ยวโยงระหว่างการปลูกหม่อนเลี้ยงไหมที่เป็นต้นน้ำของเศรษฐกิจไหมกับผ้าไหมที่อยู่ปลายน้ำ ทำให้ไร่หม่อนเริ่มหมดไป การฟื้นไร่หม่อนที่บ้านท่าสว่าง ศูนย์กลางผ้าไหมของจังหวัดสุรินทร์ด้วยหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงคือความคิดนอกกรอบ

          ผ้าไหมถือเป็นราชินีของผ้าทุกชนิด ในแง่หนึ่งยังเป็น “อกาลิโก” คือทันสมัยอยู่เสมอ ไม่ว่าจะอยู่ในยุคใดสมัยใดคนต่างต้องการผ้าไหม “เส้นทางสายไหม” จึงเป็นเส้นทางการค้าที่สำคัญของโลก ประเทศไทยมีชื่อเสียงในเรื่องผ้าไหม งานวิจัยของ Akhtar Hasinur Rahaman และคณะ (2013) พบว่า เส้นไหมของไทยมีเอกลักษณ์เฉพาะตัว โดยมีพื้นที่การปลูกหม่อนมากเป็นอันดับ ๓ ของโลก

2) ปัญหาและการเปลี่ยนแปลง

          ความจริงที่ว่า กว่าจะเป็นไหมแต่ละเส้นต้องเดินทางผ่านมือและชีวิตของผู้คนมากมาย (Labor Intensive) ดังนั้นคนคือความอยู่รอดของผ้าไหม แม้สุรินทร์จะมีความได้เปรียบในเรื่องแรงงานเพราะเป็นจังหวัดที่มีประชากรมากเป็นอันดับ ๙ ของประเทศ แต่การอพยพเข้ามาหางานทำที่กรุงเทพทำให้การปลูกหม่อนเลี้ยงไหมลดลง นอกจากนี้พื้นที่ปลูกหม่อนยังถูกคุกคามจากภัยแล้งและปัญหาดินเสื่อมสภาพ ธุรกิจผ้าไหมจึงต้องปรับตัวอย่างรุนแรง โดยเริ่มมีการนำเข้าเส้นไหมจากจีนและเวียดนามมากขึ้น

          ดังนั้นการสร้างหลักสูตรโดยจัดการเรียนรู้ผ่านโครงงานเรื่องการปลูกหม่อนให้กับนักเรียนชั้นประถมปีที่ ๕ และ ๖ ที่โรงเรียนท่าสว่างจะทำให้ใบหม่อนช่วยนำคนสุรินทร์กลับบ้าน และเป็นทางเลือกหนึ่งในการประกอบอาชีพหลังจบการศึกษา ทำให้เด็กนักเรียนไม่ต้องเข้ามาหางานทำที่กรุงเทพ

          โรงเรียนบ้านท่าสว่างฟื้นไร่หม่อนด้วยปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง โดยการใช้ภูมิปัญญาทางด้านเกษตรอินทรีย์ ที่จังหวัดสุรินทร์มีชื่อเสียงโด่งดังระดับประเทศ เพื่อฟื้นพื้นที่ ๓ งานของโรงเรียนที่เสื่อมโทรมให้กลับมาเป็นผืนดินที่มีชีวิตและเป็นระบบนิเวศที่สังขาร หรือสิ่งที่ผสมปรุงแต่งต่างๆ สามารถอยู่ร่วมกันได้อย่างเกื้อกูล ทั้งสังขารที่เป็นสิ่งที่มีใจครอง (อุปาทินนกสังขาร) อย่างเช่น คน และหนอนไหม และสิ่งที่ไม่มีใจครอง (อนุปาทินนกสังขาร) เช่น ต้นหม่อน

3) ภูมิปัญญาเกษตรอินทรีย์

          โลกนี้เป็นทุกข์ เพราะ “โลก” ก็แปลว่า สิ่งที่ชำรุด สิ่งใดที่ชำรุดสิ่งนั้นชื่อว่าโลก ปัญหาและอุปสรรคต่างๆ เป็นตัวทุกข์ การพิจารณาทุกข์โดยเป็น วิปริณามะ คือความที่แปรปรวนเปลี่ยนแปลงไปเป็นธรรมดาในระหว่างการเกิดและการดับ การฟื้นพื้นที่เสื่อมโทรมให้เป็นเป็นผืนดินที่มีชีวิตอาศัยภูมิปัญญาเกษตรอินทรีย์โดยใช้ความรู้ ๒ ชุด คือ การคลุมดินและการใช้น้ำหมักชีวภาพ

          ความรู้ทั้ง ๒ ชุดแสดงถึงความรู้ความเข้าใจอย่างลึกซึ้งในธรรมะที่อาศัยกันบังเกิดขึ้น (ปฏิจจสมุปบาท) เรื่องวัฏจักรชีวิต วัฏจักรของน้ำ ความรุนแรงของกระแสลม ความสามารถในการย่อยสลายของสิ่งมีชีวิตและคุณค่าทางอาหารของพืช เป็นความรู้ที่สามารถนำไปใช้ได้จริงและเหมาะสมกับระยะเริ่มต้นของการฟื้นพื้นที่เสื่อมโทรมให้มีชีวิต

          ใบไม้ใบหญ้าที่คลุมดินที่แปลงหม่อนจะช่วยลดการสูญเสียน้ำในดิน ทำให้ดินชุ่มชื้นอยู่ตลอดเวลา ต้นหม่อนจึงจะเจริญเติบโตได้ดี แม้จะอาศัยน้ำฝนเพียงอย่างเดียว ใบไม้ใบหญ้าที่นำมาคลุมดินยังใช้เป็นปุ๋ยพืชสดช่วยเพิ่มอินทรียวัตถุในดิน และทำมีไส้เดือนและสิ่งมีชีวิตต่างๆ ที่ช่วยในการย่อยสลายมาอาศัยอยู่เพิ่มขึ้น ขี้ไส้เดือนที่ถูกถ่ายออกมาเมื่อถูกความร้อนจากการทับถมของใบไม้จะกลายเป็นปุ๋ยชั้นดี ช่วยเพิ่มแร่ธาตุอาหารในดิน พื้นที่เสื่อมโทรมจึงกลายเป็นผืนดินที่มีชีวิต

          การชอนไชดินของไส้เดือนจะช่วยเพิ่มออกซิเจนให้กับรากต้นหม่อนโดยตรง ทำให้รากสามารถหายใจได้ดีขึ้น เป็นการพัฒนาระบบรากของต้นหม่อนทำให้ต้นหม่อนเติบโตเร็ว ไส้เดือน หนอนและสัตว์ในดินยังคอยดูดซับธาตุอาหารต่างๆ ที่ไหลมาตามน้ำเพื่อบำรุงดินให้มีความอุดมสมบูรณ์มากยิ่งขึ้น

          การคลุมดินช่วยป้องกันการกระทบของเม็ดฝนและแรงลมที่ทำให้ผิวหน้าดินอันอุดมสมบูรณ์ไม่ถูกชะล้างไปได้ง่าย ทั้งนี้เนื่องจากการสูญเสียหน้าดินทำให้ดินสูญเสียธาตุอาหาร พืชที่คลุมดินช่วยทำให้น้ำฝนที่ตกลงมาค่อยๆ ซึมลงสู่ผืนดิน เป็นการเพิ่มปริมาณน้ำในผิวดิน และรักษาน้ำใต้ดิน ทำให้องค์ประกอบของดินดีขึ้นจนกลายเป็นดินที่อุดมสมบูรณ์

          การใช้ใบไม้ใบหญ้าคลุมดินแสดงถึงวัฒนธรรมทางการเกษตรของคนสุรินทร์ ที่ไม่ไร่เผานาหลังการเก็บเกี่ยว เพื่อรักษาสิ่งมีชีวิตในดินเอาไว้ที่จะทำให้ดินมีความอุดมสมบูรณ์ ในปัจจุบัน ปัญหาหมอกควันจากการเผาไร่ลุกลามกลายเป็นปัญหาใหญ่โตของนานาประเทศ ความสำเร็จดังกล่าวเป็นเพราะนโยบายการส่งเสริมการทำเกษตรอินทรีย์ของผู้ว่าราชการจังหวัดในสมัยนั้น คือ คุณเกษมศักดิ์ แสนโภชน์ การใช้ใบไม้คลุมดินและไม่เผาไร่นาหลังการเก็บเกี่ยวยังช่วยยับยั้งการเติบโตของศัตรูพืช โดยไม่ต้องใช้สารเคมี

          น้ำหมักชีวภาพจะช่วยย่อยสลายใบไม้ใบหน้าที่นำมาคลุมดินเพื่อเพิ่มธาตุอาหารในดิน เป็นการบำรุงดิน และลดการใช้ปุ๋ย การย่อยสลายใบในระดับต่างๆ จนถึงโมเลกุลเดี่ยวยังเป็นการสร้างอาหารให้ไส้เดือน เมื่อไส้เดือนได้รับสารอาหารเต็มที่จะทำให้ไส้เดือนเติบโตเร็ว มีระบบการสืบพันธ์ที่สมบูรณ์และสืบพันธุ์ได้ดี

          ตามปกติไส้เดือนจะจับคู่ในหน้าฝน แต่การทับถมของใบไม้และการเพิ่มความชื้นให้กับนิเวศวิทยาของภูมิอากาศขนาดย่อม (Micro-climate) ด้วยน้ำหมักชีวภาพจะสร้างสภาวะแวดล้อมที่เหมาะสมกับการจับคู่ของไส้เดือน การวางไข่และการฟักออกมาเป็นตัวอ่อนอย่างสมบูรณ์ ในการวางไข่สัตว์ที่ไม่มีกระดูกสันหลังเช่นไส้เดือนจะมองหาทำเลที่เหมาะกับการวางไข่ โดยต้องเป็นแหล่งที่มีอาหารมากมายไว้เลี้ยงตัวอ่อนที่จะฟักออกมา เพราะลูกจะต้องหาอาหารกินเอง ใบไม้ที่ถูกย่อยด้วยน้ำหมักชีวภาพจนมีขนาดเล็กจำนวนมหาศาลจะเป็นอาหารให้ลูกไส้เดือน ดังนั้นจึงทำให้ไส้เดือนจับคู่ ผสมพันธุ์ได้ทั้งปี ใบไม้ยังช่วยอำพรางลูกไส้เดือนจากศัตรูตัวฉกาจอย่างนก แมลงและสัตว์เลื้อยคลานอื่นๆ ทำให้มีลูกไส้เดือนจำนวนมากเกิดขึ้นในระบบนิเวศใบไม้และน้ำหมักชีวภาพเพื่อช่วยฟื้นฟูดินให้มีความอุดมสมบูรณ์

          น้ำหมักชีวภาพยังช่วยยับยั้งการเติบโตของเชื้อโรคต่างๆ ที่อาศัยอยู่ที่ดิน ช่วยลดความเป็นพิษของยาฆ่าแมลงที่ตกค้างอยู่ในดิน และช่วยลดการใช้สารเคมีที่เป็นอันตราย น้ำหมักชีวภาพยังทำให้ดินสามารถกักเก็บน้ำไว้ในผิดดินได้มากขึ้นและทำให้วัฏจักรการหมุนเวียนแร่ธาตุดีขึ้น ต้นหม่อนจึงแข็งแรง ให้ผลผลิตเพิ่มขึ้น

          ต้นหม่อนที่ปลูกตามธรรมชาตินั้นจะมีความทนทานต่อสภาพแวดล้อมดินฟ้าอากาศเป็นอย่างดี และขยายพันธุ์ง่ายโดยการปักชำ แต่ใบหม่อนอินทรีย์จะมีคุณภาพได้นั้นต้องอาศัยศิลปะการดูแลเอาใจใส่แปลงหม่อนที่ต้องบำรุงดูแลรักษาอยู่เสมอ เพราะต้นหม่อนต้องดึงแร่ธาตุจากดินไปทำปฏิกิริยาที่ใบในการสร้างอาหารและพลังงาน ต้องคอยเด็ดใบที่เป็นโรคทิ้ง สังเกตแมลงศัตรูพืชและเด็ดส่วนที่ถูกทำลายออก และคอยตกแต่งกิ่งหม่อนเพื่อเพิ่มปริมาณใบหม่อน ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงในการปลูกหม่อนอินทรีย์นั้นจึงเป็นทั้งศาสตร์และศิลป์

4) ภูมิปัญญาการเก็บใบหม่อน

          การขยายพื้นที่การทำไร่หม่อนทำให้ได้ใบหม่อนคุณภาพดีจำนวนมาก ใบหม่อนที่ดีจะต้องมีสีเขียวตอง เวลาถูกแดดจะสะท้อนแสงเป็นมันเงา การสะท้อนแสงแสดงถึงช่วงเวลาที่เหมาะสมในการเก็บคือช่วงที่ใบหันรับแสงแดดทั้งใบทำให้รับแสงแดดได้เต็มที่ เป็นเวลาที่ใบสามารถสร้างอาหารได้ดีที่สุด จะเกิดสารอาหารและสารประกอบที่สำคัญต่างๆ เช่น ฮอร์โมน เอนโซม์และวิตามินเพื่อใช้ในการดำรงชีวิตมากที่สุด และเป็นอาหารที่สังเคราะห์ขึ้นมาใหม่ๆ อาหารชนิดแรกที่ใบหม่อนสร้างขึ้นมาคือน้ำตาลก่อนจะเปลี่ยนเป็นแป้งและลำเลียงไปเลี้ยงส่วนต่างๆ ต่อไป

          การเก็บใบหม่อนจะไม่เก็บใบยอด เพราะเชื้อรา แบคทีเรียและเพลี้ยะมักชอบไปกินน้ำเลี้ยงตามใบอ่อนที่มีเนื้อเยื่ออ่อนนุ่ม ดังนั้นควรเก็บโดยให้เหลือใบที่ยอดไว้ ๔ – ๕ ใบ และเลือกใบที่ไม่แก่เกินไป สังเกตจากการกำใบหม่อน ใบหม่อนที่ดีเมื่อกำแล้วต้องคืนรูปได้ ไม่แตกกรอบ ใบหม่อนที่แข็งแรงสมบูรณ์จะไม่นำเชื้อโรคไปสู่หนอนไหม หนอนไหมจึงแข็งแรงสมบูรณ์ สามารถผลิตโปรตีนจากต่อมผลิตโปรตีนเป็นเส้นไหมเล็กๆ ที่หนานุ่ม บางเบา นิ่มนวล

          การเก็บใบหม่อนต้องอยู่ใกล้กับรังไหม และลดการสูญเสียน้ำ ถ้าใบหม่อนมีความสดจะทำให้หนอนกินไหมสามารถกินได้ง่าย       ด้วยเหตุผลดังกล่าวทำให้ ผ้าไหมสุรินทร์ต้องใช้ใบหม่อนสุรินทร์เท่านั้น

5) โอกาสทางเศรษฐกิจ

          ใบหม่อนอินทรีย์ช่วยเพิ่มความปลอดภัยทางอาหาร เพราะไม่มีสารเคมีเจือปนโรงเรียนนำใบหม่อนที่เหลือมาตากแห้ง ทำชาใบหม่อน ยาสมุนไพรพื้นบ้าน ส่วนลูกม่อนใช้ทำน้ำลูกหม่อนหรือที่เรียกเป็นภาษาอังกฤษว่า “มันเบอรี่ (Mulberry)” แก้โรคเบาหวาน ลดความดันในเส้นเลือด และบำรุงผิวพรรณ ชาใบหม่อนและน้ำมัลเบอร์รี่ยังเอาไว้เป็นเครื่องดื่มสำหรับเลี้ยงต้อนรับผู้ที่มาร่วมประชุมที่โรงเรียน ส่วนตัวไหมที่สาวไหมแล้วยังเหลือดักแด้ไว้กินกันในครัวเรือน

          การปลูกหม่อนเลี้ยงไหมเปิดโอกาสทางเศรษฐกิจให้กับเด็กและสตรีได้แสดงบทบาทสำคัญในเศรษฐกิจการปลูกหม่อนเลี้ยงไหม เพราะการทำไร่หม่อนเป็นการลงทุนที่ต่ำ ใบหม่อนนั้นเป็นที่ต้องการ มีคนมารับซื้อถึงโรงเรียนในราคากิโลกรัมละ ๕ – ๖ บาท โดยจะเก็บขายทุก ๓ เดือน (ถ้าเอาใจใส่ดูแลดีจะสามารถเก็บขายได้ ๖ – ๘ ครั้งต่อปี) มีรายได้ครั้งละประมาณ ๔๐๐ – ๕๐๐ บาท เงินรายได้นำมาตั้งเป็น “กองทุนใบหม่อน” โดยบางส่วนได้ระดมทุนจากชุมชนเพื่อมาขยายโครงการต่อไป

6) ปรัชญาภิปราย

          อารามโรปา วนโรปา   เย ชนา เสตุการกา

          ปปญฺจ อุทปานญฺจ     เย ททนฺติ อุปสฺสยํ

          เตสํ ทิวา จ รตฺโต จ    สทา ปุญฺญํ ปวฑฺฒติ

          ชนเหล่าใด ปลูกสวน ปลูกป่า สร้างสะพาน

          ให้แหล่งน้ำ บ่อน้ำ และที่พักอาศัย

          บุญของชนเหล่านั้นย่อมเพิ่มพูนทุกเมื่อทั้งคืน ทั้งวัน

          การฟื้นไร่หม่อนโดยใช้เกษตรอินทรีย์เป็นส่วนหนึ่งของการปลูกป่าชุมชน ทำให้ดินมีความอุดมสมบูรณ์ สภาวะแวดล้อมที่เหมาะสมเอื้อต่อการผสมพันธุ์ทำให้มีลูกไส้เดือนเกิดขึ้นมาจำนวนมากมาย การชอนไขและขี้ไส้เดือนที่ขับออกมาจะช่วยบำรุงดิน บำรุงระบบรากของต้นหม่อน ทำให้ต้นหม่อนสุรินทร์เจริญเติบโตได้ดี สร้างใบหม่อนสุรินทร์ที่มีคุณภาพให้กับตัวไหม ทำให้ตัวไหมแข็งแรงสมบูรณ์สามารถผลิตเส้นไหมที่มีความแข็งแรงแต่อ่อนนุ่ม การฟื้นไร่หม่อนอินทรีย์นับเป็นจุดเริ่มต้นในการสร้างการเปลี่ยนแปลงทางสังคมให้เป็น “สมาร์ทฟาร์เมอร์ (Smart Farmer) ที่พร้อมจะเข้าสู่ประชาคมอาเซียน

บรรณานุกรม

Akhtar Hasinur Rahaman1, Nizamuddin Khan2 and Shahid Ali Khan, 2013. Spatio-temporal changes of growth and production of Sericulture in Asia: An analytical and comparative study. Journal of Geography and Regional Planning. Vol. 6(3), May, 2013, pp. 63-68.

อ่านทั้งหมด 877 คน

BACK