ขนาดอักษร  เล็กลง | มาตรฐาน | ใหญ่ขึ้น

สวนครัว2

suankrua2

เพื่อการเตรียมรับมือกับภาวะภัยแล้ง

          นอกพื้นที่ทุนนิยมแห่งสังคมสินค้าและวิชาชีพ ผักสวนครัวคือศูนย์กลางทางเศรษฐกิจการมีส่วนร่วม ผักสวนครัวแสดงภาพลักษณ์ที่สะท้อนวิธีคิดและการดำรงชีวิตของคนแบบตรงไปตรงมา บนพื้นฐานแนวคิดการเลือกอย่างสมเหตุสมผลเพื่อเก็บรักษาอาหารไว้ในรูปแบบที่เหมาะสมลงตัว (Rational Food Storage) ที่นอกจากจะทำให้ชนบทของลาวมีอาหารและโภชนเภสัชกินตลอดฤดูแล้งอันยาวนานถึง ๖ เดือนแล้ว ยังทำให้คนประจักษ์ในศิลปะการปรุงดินให้อร่อยขึ้นมาเอง (Self-emergence) ภูมินิเวศย่อย (Eco-subregion) หน้าบ้านจึงรอดพ้นเงื้อมมือของตลาดและภัยธรรมชาติมาได้

          อาหารทำให้โลกหมุนไป อาหารค้ำจุนชีวิตของคนและในกรณีของผักสวนครัวลาวคือเครื่องค้ำจุนสังคมท้องถิ่น โดยผักสวนครัวเป็นวิธีการเก็บรักษาอาหารสด (กวฬิงการาหาร หรือ อาหารที่เป็นวัตถุ) รูปแบบหนึ่งที่ฝากไว้บนแปลงดินเล็กๆ หน้าบ้าน เพื่อสร้างความมั่นคงทางอาหารในระยะยาว ผักสวนครัวจึงเป็นสัญลักษณ์แห่งชัยชนะในการปรับตัวให้เข้ากับการเปลี่ยนแปลงทางธรรมชาติ เป็นพื้นที่สุขภาพและขณะเดียวกันก็เป็นบันทึกความทรงจำร่วมของคนทั้งชุมชน

          โลกทัศน์ในการดำรงชีพด้วยสวนครัวเล็กๆ แสดงถึงพลังทางเศรษฐกิจพอเพียงที่มีอยู่มากมาย ทั้งการปลูก การกิน และการแลกเปลี่ยนที่สามารถปรับตัวให้เข้ากับการเปลี่ยนแปลง ความสามารถในการปรับตัวทำให้เศรษฐกิจพอเพียงของลาวได้เปรียบกว่าประเทศอื่นๆ ในอาเซียนแม้ต้องเผชิญกับพายุโซนร้อนไหหม่าและพายุฝุ่นนกเตน ในปี พ.ศ. ๒๕๕๕ สร้างความเสียหายถึง ๑ ใน ๓ ของ GDP แต่เศรษฐกิจของลาวก็ยังคงเติบโตในระดับที่สูง

          เนื่องจากผักเป็นสินค้าที่เป็นที่ต้องการของคนทุกกลุ่ม ดังนั้นการปลูกผักสวนครัวให้งามถือเป็นความรับผิดชอบทางสังคมของชาวลาวที่ช่วยทำให้คนพ้นจากทุกข์เนื่องด้วยการแสวงหาอาหารเลี้ยงชีวิต (อาหารปริเยฏฐิทุกขํ) และเป็นที่พึ่งพาของคนส่วนใหญ่

          การปลูกพืชสวนครัวเป็นศิลปะอย่างหนึ่งที่ช่วยจัดการความเสี่ยงโดยให้ผักสวนครัวเข้าไปอยู่ในหลายพื้นที่ของบ้าน สวนครัวของชาวลาวจึงมีหลากรูปแบบด้วยกัน การปรับตัวยังช่วยทำให้เกิดความต่อเนื่องในการต่อยอดภูมิปัญญาเรื่องฝุ่น (ปุ๋ย) ฝุ่นคือขี้ควายแห้งคานา เศษใบไม้ใบหญ้า ดินอ่อนริมบึงที่เกิดจากการทับถมของซากพืชซากสัตว์นับพันปี หรือแม้กระทั่งขุยขี่กะเดือน (ขี้ไส้เดือน)

          สวนครัวเป็นพื้นที่สีเขียวผืนเดียวที่เหลือรอดท่ามกลางความแห้งแล้งรอบตัว ผักสวนครัวจึงเป็นอาหารหลักและเป็นโภชนเภสัชในระบบอาหารที่มีความสำคัญต่อสุขภาพของคนทั้งครอบครัว ผักสวนครัวยังเป็นศูนย์รวมแห่งความสนใจของคนในชุมชน ที่สร้างคุณค่าสื่อกลางทำให้สังคมมีความหมาย เพราะผักที่ปลูกนอกจากจะไว้กินกันในครอบครัวแล้ว ยังสามารถแบ่งปันให้กับคนทั้งชุมชน การเข้าไปทำความรู้จักกับสวนครัวของเพื่อนบ้านแสดงถึงความเป็นกัลยาณมิตรที่จริงใจ ความสามารถของผักสวนครัวในแง่ของการเปลี่ยนเพื่อนให้เป็นมิตรอุปการะ มิตรร่วมสุขร่วมทุกข์ มิตรแนะประโยชน์และมิตรมีน้ำใจยังเป็นสิ่งที่สังคมสินค้ามองผ่านเลยไป

          มีวิธีมากมายในการสร้างมิตรภาพจากสวนครัว รูปแบบที่ง่ายที่สุดคือการแบ่งปันผักสวนครัวที่ปลูกไว้ แต่สิ่งที่ช่วยให้สวนครัวยังดำรงอยู่ได้คือการแบ่งปันทรัพยากรในการผลิต เช่น ขี้ควาย ที่เด็กๆ ไปเก็บมาไว้จากท้องนา และเมล็ดพันธุ์หรือผักที่ขอมาจากแปลงผักของบ้านอื่น ทั้งเมล็ดบวบ ต้นตะไคร้ เมล็ดผักกาด หรือผักที่ปลูกโดยไม่ใช้เมล็ด เช่น สะระแหน่ เมื่อคนสามารถเดินไปขอเมล็ดพันธุ์จากเพื่อนบ้านได้ทำให้ตลาดไม่มีความหมายและทำให้ทุกบ้านมีผักสวนครัวไว้กินได้ตลอดปีไม่มีขาด ความเป็นสาธารณะ (Green Commons) ของผักสวนครัวที่ทุกคนสามารถเข้าถึงได้ทำให้เกิดการผสมข้ามพันธุ์ เพื่อให้ได้สายพันธุ์ที่แข็งแรงขึ้น ผักสวนครัวจึงเป็นอาหารหลักที่อยู่ในโภชนาการของคนลาว

          กัลยาณมิตรทำให้การค้นหาผักจากบ้านอื่นเป็นส่วนหนึ่งของพฤติกรรมทางเศรษฐศาสตร์ เพื่อให้คนหันมาดูแลกัน ยินดีในการร่วมทุกข์ร่วมสุข บอกกล่าวให้กันฟังในสิ่งที่ไม่เคยรู้ และคอยแนะนำให้ตั้งอยู่ในความดีเพื่อช่วยรักษาทรัพย์ (ผักสวนครัว) นั้นไว้ กลไกการบอกเล่าทำให้การสร้างสรรค์และอนุรักษ์พันธุกรรมพืชในท้องถิ่นมีความเข้มแข็ง การปันกันกินยังช่วยสร้างศักดิ์ศรี และความภูมิใจให้กับเจ้าของสวน

sk1

รูปที่ ๑ สวนครัวริมตลิ่งแม่น้ำโขงของลาว

          เมื่อผักสวนครัวถูกมองว่าเป็นยาอายุวัฒนะ (Wellness) ดังนั้นสวนครัวจึงเป็นการผจญภัยเล็กๆ เพราะพื้นที่ส่วนใหญ่ของสปป.ลาวเป็นดินปนทรายที่หน้าดินนั้นเต็มไปด้วยหินนำนอ (หินลูกรังเล็กๆ) ดินขาดคุณสมบัติในการกักเก็บน้ำทำให้หน้าดินไม่มีความชุ่มชื้น ในฤดูแล้งจึงไม่สามารถปลูกพืชอะไรได้ ขณะที่หน้าฝนก็ต้องเผชิญกับปัญหาน้ำหลาก มวลน้ำจำนวนมหาศาลจะพัดหินและทรายมากมายจากภูเขาซึ่งมีพื้นที่ถึง ๓ ใน ๔ ของประเทศไปลงแม่น้ำโขง ทำให้แม่น้ำมีเกาะอยู่มากมายถึง ๔,๐๐๐ เกาะ ในทุกปีจะมีเกาะใหม่ๆ เกิดขึ้นขณะที่มีบางเกาะค่อยๆ จมหายไป คนในเมืองปากเซต้องปรับตัวให้เข้ากับนิเวศแห่งความไม่แน่นอนนี้ ปริศนาความอยู่รอดของผักสวนครัวจึงต้องอาศัยทั้งภูมิปัญญาและวัฒนธรรมที่เข้มแข็ง เช่น การทำสวนครัวริมตลิ่งแม่น้ำโขง (รูปที่ ๑) ทำได้เฉพาะฤดูแล้งในช่วง ๒ – ๓ เดือนเมื่อแม่น้ำโขงแห้งลง)

          ฮีตคองเป็นวัฒนธรรมที่เข้มแข็งที่ทำให้ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงดำรงอยู่ในการใช้ชีวิตประจำวันของคนลาว โดยเชื่อมโยงกับพระพุทธศาสนาและความเชื่อต่างๆ เพื่อให้คนอยู่ร่วมกันอย่างมีความสุขและทำให้คนบริสุทธิ์ด้วยปัญญา (ปญฺญาย ปริสุชฺฌติ) โดยเห็นว่าธรรมชาติไม่ได้โหดร้ายเพราะ “โลกธรรม” ทั้งปวงต่างมีทั้งสุขและทุกข์ปะปนกันไป ดังนั้น คนต้องปรับตัวให้เข้ากับวัฏจักรน้ำและดิน และเงื่อนไขใหม่ๆ ของธรรมชาติ

          ผักสวนครัวกลายเป็นแหล่งอาหารที่มีความสำคัญในช่วงหน้าแล้งและเป็นตลาดสดในบ้าน เพราะการเดินทางไปซื้อทำให้เสียเวลาทอผ้าและมีค่าใช้จ่ายสูง ความหลากหลายของผักในสวนครัวทำให้อาหารจากตลาดกลายเป็นสิ่งที่อยู่นอกเหนือความจำเป็น

          แม้สวนครัวจะเป็นภูมินิเวศเล็กๆ แต่กลับมีพลังบางอย่างที่ครอบงำมนุษย์ เมื่อผักถูกนำมาใช้เป็นของฝากของต้อนทำให้สวนครัวกลายเป็นสัญลักษณ์แห่งมิตรภาพและการต้อนรับ ภูมิทัศน์ในการปลูกผักสวนครัวไว้หน้าบ้านยังให้คุณค่าด้านสุนทรียภาพทำให้บ้านเป็นที่สัปปายะแก่คนทั่วไป ลึกลงไปในแปลงผักสีเขียวแห่งเดียวที่เหลือรอดในหน้าแล้งคือการทำอินทรีย์ให้แก่กล้า (มีศรัทธา เป็นต้น) ด้วยการทำให้ต่อเนื่องกันไป ผักสวนครัวจึงสะท้อนให้เห็นวิธีคิดและการดำรงชีวิตของคนในครอบครัวนั้นๆ

          ฝนที่ตกลงมาอย่างหนักทำให้มีน้ำขังในแปลงผักสวนครัว ผักจะเน่าเปื่อยและได้รับความเสียหาย โดยเฉพาะผักหอมห่อ (สะระแหน่) ใบจะแหว่งและค่อยๆ เน่าเปื่อยตายไปที่ละส่วน ส่วนผักหอมบั่ว (ต้นหอม) จะเปื่อยและตายทันที น้ำท่วมทำให้มีหนอนขึ้นมาอาศัยอยู่ที่ต้นผัก และจะกินผักในสวนจนเสียหายทั้งหมด ไม่สามารถนำมาประกอบอาหารได้ ผักสวนครัวเป็นสิ่งจำเป็นเอาไว้กินคู่กับอาหารกินมือของคนลาว (Finger Food) การเก็บผักสวนครัวต้องเก็บในช่วงเวลาที่โตเต็มที่

          แม้การปลูกผักสวนครัวจะไม่ได้ใช้สารเคมีในการบำรุงผักหรือใช้ยาฆ่าแมลงกำจัดศัตรูพืช แต่ช่วงต้นฤดูฝน ฝนที่ตกลงมาใหม่ๆ มักมีสารพิษหรือสารเคมีเจือปนมาด้วยจากการฉีดยาฆ่าแมลงในแปลงนาข้างบ้าน ทำให้น้ำฝนไม่สะอาด เมื่อฝนตกลงมาในปริมาณมากๆ น้ำฝนที่ท่วมขังในแปลงผักจะทำให้ผักเน่าเปื่อย เสียหาย ไม่สามารถนำมาประกอบอาหารกินได้ ชาวลาวมีภูมิปัญญาในการรักษาพื้นที่สีเขียวเล็กๆ แห่งนี้โดยการปรับภูมิทัศน์สวนครัว

          การออกแบบภูมิทัศน์สวนครัวอยู่บนพื้นฐานความเข้าใจในสังขตลักษณะของสิ่งที่เป็นสังขารนั่นคือ มีความเกิดขึ้นปรากฏ (อุปฺปาโท ปญฺญายติ) ก็มีความเสื่อมไปปรากฏ (วโย ปญฺญฺายติ) และเมื่อตั้งอยู่ก็มีความที่ต้องแปรปรวนเปลี่ยนแปลงไปปรากฏ (ฐิตสฺส อญฺญถตฺตํ ปญฺญายติ) ดังนั้น คนจึงต้องรู้จักอยู่กับความแปรปรวนเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นตลอดให้ได้

          เมื่อถึงฤดูฝน สวนครัวที่ปลูกในพื้นที่นา ใกล้บ่อปลาข่อนที่มีน้ำเหลือไว้รดผักต้องรื้อออกเพื่อปรับพื้นที่สำหรับปลูกข้าว โดยย้ายมาไว้ที่บ้านเพื่อให้ครอบครัวมีอาหาร (ผัก) ไว้รับประทานอย่างต่อเนื่อง สวนครัวส่วนหนึ่งปลูกไว้บนดิน บางส่วนถูกยกขึ้นไว้บนที่สูง เป็นสวนครัวกะละมัง หรือสวนครัวนั่งร้าน ซึ่งจะมีความสำคัญหากสวนครัวบนดินได้รับความเสียหายจากน้ำหลากท่วมหรือสัตว์ที่เข้ามาทำลายแปลงผักโดยเฉพาะเป็ดและไก่

sk2

รูปที่ ๒ สวนครัวนั่งร้าน

          บ้านของผู้สูงอายุที่อยู่คนเดียวมักจะทำสวนครัวนั่งร้านเอาไว้อย่างไม่พิถีพิถัน โดยการยกพื้นไม้เสาต้นเดียวสูงจากดินประมาณ ๑ เมตร แค่พ้นน้ำที่จะหลากท่วมหมู่บ้านในช่วงเวลาใดๆ เพื่อวางกระบะสวนครัว (ดังรูปที่ ๒) บ้านที่มีคนแข็งแรงจะไปหาเข่งมาปลูกผัก

          การปลูกผักในเข่งและในถุงปุ๋ยใช้ล่อศัตรูพืชที่จะอพยพหนีขึ้นมาหาอาหารกินที่แปลงผักสวนครัวในฤดูการทำนา การกำจัดศัตรูพืชในแปลงผักสวนครัวต้องล่อปลวกด้วยเข่ง ปลวกจะกินไม้ไผ่ที่เข่งแทนที่จะมากินผักสวนครัว นอกจากเข่ง ถุงปุ๋ยก็สามารถล่อปลวกได้ โดยไม่ต้องใช้สารเคมี ทำให้ผักมีรสชาติเฉพาะตัวที่อร่อยขึ้น (Signature Taste) เข่งและถุงปุ๋ยได้จากบ่อขยะของเมืองจำปาสักไม่ไกลจากหมู่บ้าน ช่วยลดปัญหาขยะในเมือง

          การขยายตัวของหมู่บ้านและการกลายเป็นเมือง (Urbanization) ทำให้บางครอบครัวกำลังสร้างบ้านใหม่ บ้านที่กำลังก่อสร้างส่วนใหญ่เป็นบ้าน ๒ ชั้นเพื่อหนีน้ำท่วม โดยจะสร้างจากล่างขึ้นบน คือวางเสาเข็มและยกพื้นให้สูงประมาณ ๑.๕ เมตร เนื่องจากการก่อสร้างใช้เวลานาน เพราะลูกหลานต้องไปทำงานหาเงินที่ประเทศไทยแล้วส่งเงินมาให้ ทำให้พื้นที่ว่างด้านล่างในเขตที่เป็นตัวบ้านที่อยู่ในระหว่างการก่อสร้างสามารถนำมาใช้ปลูกผักสวนครัวไว้กินได้ เพื่อใช้พื้นที่ให้เกิดประโยชน์สูงสุด ดีกว่าปล่อยทิ้งไว้ ผักยังได้รับแสงเพียงพอทำให้ผักงามดี

          ในช่วงฤดูฝน น้ำหลากที่ไหลเข้าท่วมชุมชนต้องรีบระบายออกจากสวนครัว หลุมเป็นส่วนสำคัญของระบบการระบายน้ำท่วมหลากอย่างรวดเร็ว หลุมเกิดขึ้นโดยไม่ตั้งใจ จากการขุดเอาดินมาใส่กระถาง ใส่เข่ง และใส่กระสอบเพื่อปลูกพริกและมะเขือเทศ ซึ่งเป็นพืชที่ต้องการการบำรุงเป็นพิเศษ การขุดดินทำให้เกิดหลุมลึกถึง ๘๐ เซนติเมตร หลุมที่ต่อเข้ากับร่องระบายน้ำจะช่วยระบายน้ำที่ไหลมาท่วมขังในสวนโดยน้ำจะไหลมาลงที่หลุมก่อนจะระบายออกไปลงที่ถนนหน้าบ้าน น้ำฝนตกมาตามธรรมชาติถ้าไหลไปเข้าบ้านใครถือว่าเป็นน้ำสะอาด หลุมยังใช้ผสมปุ๋ย หรือ “ฝุ่น” ในฤดูแล้งได้อีกด้วย

          คนลาวต่อยอดภูมิปัญญาโดยการนำฝุ่นมาเผากับแกลบด้วยไฟอ่อนๆ พอให้แมลงที่หลบอยู่ในนั้นตาย การทำฝุ่นต้องหมั่นรดด้วยน้ำปัสสาวะที่คนทั้งครอบครัวช่วยกันรวบรวม น้ำปัสสาวะดองในกระบอกไม้ไผ่เป็น “แม่ฝุ่น” ชั้นดี ทำให้ผักงามผลไม้ลูกใหญ่และช่วยเร่งต้นอ่อนของใบยาสูบให้โตเร็ว โดยไม่ต้องใช้สารเร่ง ทั้งยังช่วยรักษาครอบครัวเอาไว้ไม่ให้ล่มสลาย ฝุ่นที่ดีจึงต้องอยู่ไม่ไกลบ้าน

          ฝุ่นที่คนลาวนิยมทำกันมี ๓ แบบด้วยกัน

          แบบที่ ๑ ฝุ่นขี้ควายแห้งเพื่อเพิ่มหน้าดิน

          ขี้ควายแห้งจากทุ่งนาจะช่วยสร้างหน้าดินที่ถูกน้ำพัดพาไปในช่วงฤดูฝนและช่วยปรับองค์ประกอบของดินให้เหมาะกับการเพาะปลูก นำฝุ่นขี้ควายมาเทลงหลุมในปริมาณที่พอเหมาะกับขนาดของแปลงผักและชนิดของผัก ไม่มากเกินพอดี หลุมจะช่วยผสมฝุ่นทำให้ฝุ่นไม่ฟุ้งไปที่อื่น จากนั้นเทน้ำลงไป น้ำช่วยทำให้ขี้ควายเปื่อย ไม่เป็นก้อนแข็ง ใช้เสียม จอบหรือพลั่วก็ได้สับให้ละเอียด แล้วตักไปใส่ในแปลงผัก ฝุ่นขี้ควายจะช่วยเพิ่มความชื้นให้กับดิน เมื่อรดน้ำลงไป น้ำจะไม่ไหลไปที่อื่นเพราะมีขี้ควายคอยซับน้ำเอาไว้ ทำให้ดินชุ่มชื้นอยู่ตลอด ผักที่ปลูกจึงงามดี

          แบบที่ ๒ ฝุ่นขี้ควายผสมแกลบใช้เป็นปุ๋ยบำรุงดิน

          นำแกลบมาเทกองรวมกันประมาณ ๑ ถุงปุ๋ย แหวกตรงกลางเพื่อใส่เศษใบไม้เป็นชนวนในการเผา แล้วจุดไฟ ไฟจะไหม้จากด้านบนลงมา แกลบที่เผาจะช่วยเพิ่มปุ๋ยในดิน และเป็นปุ๋ยที่ดีกว่าแบบไม่เผา เพราะสามารถย่อยธาตุอาหารที่อยู่ในแกลบลงสู่ดินได้ง่ายกว่า ย่นระยะเวลาในการย่อยสลาย ทำให้พืชนำไปใช้ได้ทันที

          การเผาต้องคอยดูให้ไฟไหม้ครึ่งไม่ไหม้ครึ่ง เมื่อเผาได้ที่แล้วให้แบ่งตรงกลางกองออกด้วยพลั่วและจอบ เทขี้ควายแห้งลงไปแล้วกลบด้วยแกลบที่เผา ทิ้งไว้ ๒ – ๓ ชั่วโมง เพื่ออบขี้ควายให้แมลงที่อยู่ด้านในตาย กระทั่งขี้ควายอยู่ในสภาพที่ถูกเผาแบบกึ่งไหม้กึ่งไม่ไหม้ จากนั้นนำแกลบและขี้ควายที่เผาแล้วไปเทลงหลุม แล้วเทน้ำตามลงไปเพื่อให้ขี้ควายเปื่อยยุ่ยแตกออกเป็นก้อนเล็กๆ สับด้วยเสียมเพื่อคลุกเคล้าให้เข้ากัน แล้วตักไปใส่ในแปลงผัก

          แบบที่ ๓ ฝุ่นขี้ควายผสมแกลบและน้ำปัสสาวะ เพื่อทำหัวปุ๋ยธรรมชาติใช้แทนยาเร่ง

          ผักสวนครัวเป็นแหล่งอาหารที่สำคัญในช่วงหน้าแล้ง ผักจึงต้องเติบโตไวเพื่อให้เพียงพอกับความต้องการ ปุ๋ยที่เหลือจากการทำปุ๋ยขี้ควายในแบบที่ ๒ ให้นำมาเติมน้ำปัสสาวะลงไป เพื่อทำหัวปุ๋ยช่วยเร่งการเจริญเติบโตของพืช น้ำปัสสาวะนั้นรวบรวมมาจากคนในครอบครัว โดยเป็นความรับผิดชอบร่วมกันในการปัสสาวะให้ได้มากเอาไว้ใช้สร้างอาหารเลี้ยงคนทั้งครอบครัว นำปัสสาวะมาเทลงในหลุมแล้วทิ้งไว้ ๒ – ๓ คืน ระหว่างนี้ก็ให้เติมปัสสาวะที่เก็บได้ในแต่ละคืนมาผสม ใช้พลั่ว จอบหรือเสียมสับก้อนขี้ควายและคลุกเคล้าให้เข้ากับน้ำปัสสาวะ จากนั้นตักไปใส่ในแปลงผัก

          การเติมปัสสาวะทำให้คนในครอบครัวเข้ามามีส่วนร่วมในการผลิตอาหารทุกขั้นตอน โดยมี ความเห็นพ้องต้องกัน (ทิฏฐิสามัญญตา) เป็นไปเพื่อการออกจากทุกข์เนื่องด้วยการแสวงหาอาหารเลี้ยงชีวิต (อาหารปริเยฏฐิทุกขํ) ถ้าครอบครัวต้องการผักที่อุดมไปด้วยสารอาหารที่มีประโยชน์มากมายก็ต้องช่วยกันปลูกผัก แปลงผักสวนครัวจึงช่วยสร้างความสัมพันธ์ของคนในครอบครัว

          สวนครัวเป็นการสร้างความมั่นคงทางอาหารที่สืบทอดกันมาอย่างต่อเนื่อง และการแตกออกในลักษณะของนวัตกรรมในครอบครัว (Household Invention) ในการทำปุ๋ยโดยเกิดขึ้นควบคู่กันไป แสดงถึงความไม่หยุดนิ่งตายตัวขององค์ความรู้

          การสร้างนวัตกรรมในครอบครัวที่ทุกคนร่วมกันผลิตขึ้นมาทำให้เกิดฐานการผลิตขนาดใหญ่ สามารถเคลื่อนตัวเข้าสู่พื้นที่เศรษฐกิจหลักอย่างทรงพลัง ฝุ่นกลายเป็นสินค้าออกที่สำคัญและเป็นที่ต้องการของทุกประเทศในอาเซียน แม้แต่ไทยยังต้องนำเข้าฝุ่นจากลาวเพิ่มขึ้นถึง ๑๐ เท่า ในช่วง ๒ – ๓ ปีที่ผ่านมา หรือผักแม่น้ำโขง เศรษฐกิจชุมชนที่มีส่วนแบ่งทางการตลาดสูงขึ้นเรื่อยๆ เมื่อโรงแรมและร้านอาหารใช้เป็นจุดขายเพื่อดึงดูดนักท่องเที่ยวที่เดินทางมาลาวปีละ ๓ ล้านคน (เท่ากับประชากรลาวครึ่งประเทศ) ผักบางส่วนถูกส่งมาขายถึงกรุงเทพฯ

          พรมแดนเศรษฐกิจพอเพียงของลาวแผ่ออกไปจนกว้างใหญ่ไพศาลด้วยปรัชญาเรื่อง “ความเป็นพี่เป็นน้อง” ผญากล่าวไว้ว่า “แก้วบ่ขัด สามปีกลายเป็นแห่ พี่น้องบ่มาแวะ สามปีกลายเป็นคนอื่น” ทำให้ทุกคนมีส่วนร่วมสร้างสรรค์ระบบเศรษฐกิจพอเพียง โดยเฉพาะการแบ่งปันผลผลิตและเมล็ดพันธุ์ภายในหมู่บ้านทำให้เกิดคลังเมล็ดพันธุ์จำนวนมากไว้ปลูกซ่อมหากมีแมลงมาทำลายหรือน้ำท่วมเสียหาย

          การส่งยื่นของให้กันเพื่อสร้างฮักแพงกันทำให้ผักสวนครัวกลายเป็นพื้นที่เศรษฐกิจที่มีขนาดเล็กที่สุด ที่สามารถสร้างวัฒนธรรมแห่งความบันเทิงในชีวิตประจำวันให้กับคนชนบท การวิ่งหาผักนอกจากจะแสดงถึงความผูกพันกันอย่างลึกซึ้งแล้ว ยังสร้างความทรงจำโดยคนต้องจดจำว่าบ้านหลังไหนปลูกผักอะไรไว้ การกินส้มโฮมกันช่วยสร้างรสนิยมสาธารณะว่าด้วยการกินอยู่ให้สอดคล้องกับสังคมนิเวศอย่างลาวและช่วยส่งผ่านองค์ความรู้ทางด้านโภชนาการและฝีมือในการทำอาหาร ประเพณีท้องถิ่นในการกินส้มโฮมกันยังทำหน้าที่ปกป้องความทรงจำสาธารณะในการปลูกผักสวนครัวและการทำปุ๋ยเอาไว้

          พืชผักที่ปลูกได้ก็นำมา “กินส้มโฮมกัน” (กินส้มตำ) ในช่วงบ่ายของทุกวัน ทำให้คนรับรู้ความเป็นไปต่างๆ ทางเศรษฐกิจและสังคม ความเป็นพี่เป็นน้องยังรวมถึงธรรมชาติรอบตัว เช่น การนำเข่งไม้จากบ่อขยะมาครอบผักสวนครัวเพื่อเป็นอาหารให้แมลงศัตรูพืชที่หนียาฆ่าแมลงจากแปลงนารอบบ้าน แทนการใช้ยาฆ่าแมลง การพึงสำรวจระวังในสัตว์ทั้งหลายทำให้อยู่ร่วมกันอย่างมีความสุข

          คนลาวทุกคนรู้จักเศรษฐกิจพอเพียงจากการเสด็จมาเยือนของสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี และยกย่องให้เป็นความรู้ชั้นสูงของสามัญชน เศรษฐกิจพอเพียงของลาวประกาศความยิ่งใหญ่ด้วยการเกื้อหนุนเศรษฐกิจของประเทศให้เติบโตอย่างต่อเนื่องตลอดช่วงห้าปีที่ผ่านมาจากการต่อยอดภูมิปัญญาและปรัชญา “ความเป็นพี่น้อง” เพื่อ “คืนความสุขให้แก่ชุมชน”

  อ่านทั้งหมด 825 คน

BACK