การรวมกลุ่มของประเทศสมาชิก “สมาคมประชาชาติแห่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้” ๑๐ ประเทศสู่การเป็นประชาคมอาเซียน (ASEAN Community) ภายในปี ๒๕๕๘ กำลังได้รับความสนใจจากทั่วโลก เพราะจุดประกายความหวังและความกลัวต่อการเกิดภูมิทัศน์ใหม่ๆ เมื่อประเทศสมาชิกต่างเร่งเตรียมความพร้อมในด้านต่างๆ การเร่งเตรียมความพร้อมในการเข้าสู่ประชาคมอาเซียนทำให้ระบบความสัมพันธ์ของผู้คนกว่า ๒๔๐ ล้านคนอาจมีลักษณะแปลกแยกและเปลี่ยนแปลงเร็ว ความซับซ้อนของประวัติศาสตร์ที่ถูกเก็บงำและระบบการเมืองการปกครองที่แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง ยิ่งเร่งให้เกิดการแสวงหาความมั่งคั่งจากตลาดการค้าชายแดน ตลาดแรงงานต่างด้าว ตลาดค้ามนุษย์ และบ่อนการพนัน เร่งการกอบโกยทรัพยากรในห่วงโซ่อาหารและพลังงานจากแม่น้ำโขง อีกทั้งการแสวงหาความรู้และความเป็นสมัยใหม่จากรายการโทรทัศน์ของไทยยังเร่งให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในวิถีชีวิตของคนทั้ง ๕ ประเทศโดยบะหมี่กึ่งสำเร็จรูป เครื่องดื่มชูกำลัง รวมทั้งธุรกิจความงามและผิวพรรณของไทยกลายเป็นสินค้าที่ได้รับความนิยมอย่างสูงในชนชั้นแรงงานไปจนถึงผู้มีอันจะกิน

          ในช่วงเวลาแห่งการเปลี่ยนผ่านอย่างรีบเร่งกลับพบว่า การเพิ่มขีดความสามารถทางการแข่งขัน การเตรียมความพร้อมเพื่อรับมือกับสิ่งท้าทายทางเศรษฐกิจและภัยคุกคามรูปแบบใหม่กลายเป็นจุดรวมความสนใจ ขณะที่ประชาสังคมและทรัพยากรอีกมากที่รอการพัฒนาให้เป็นปัจจัยในการขับเคลื่อนเสาหลักทางด้านประชาคมสังคมและวัฒนธรรมอาเซียน (ASEAN Socio-cultural Community) กลับถูกมองข้าม เมื่อประชาคมอาเซียนดำรงอยู่ท่ามกลางความหลากหลายทั้งทางด้านเชื้อชาติ ศาสนา ภาษาและวัฒนธรรม แล้วจะเดินไปสู่จุดหมายปลายทางคือ “ความเป็นหนึ่งเดียวกัน” ได้อย่างไร

          การขับเคลื่อนเสาหลักทางด้านประชาคมสังคมและวัฒนธรรมอาเซียนจึงต้องทำให้เกิดการแลกเปลี่ยนความรู้และวิถีชีวิตระหว่างกัน ซึ่งรูปแบบที่พอจะเป็นได้นั้นคือวิถีชีวิตแห่งความพอเพียง เพราะการสั่งสมอริยทรัพย์ในรูปของความรู้และคุณธรรมแห่งความพอเพียงได้หยั่งรากลึกลงไปในสังคม ยังมีการผลิตซ้ำและคุณค่าจากความพอเพียงที่ซ่อนอยู่ในพื้นที่เฉพาะอีกมากมายที่ยังไม่เคยถูกกล่าวถึงในวงวิชาการกระแสหลักมาก่อน

          โลกทัศน์แห่งการดำรงชีวิตของคนอาเซียนส่วนใหญ่ โดยเฉพาะในกลุ่มประเทศเพื่อนบ้านอันประกอบด้วยกัมพูชา สปป.ลาว เมียนมาร์ และเวียดนาม (CLMV) ที่มีศักยภาพสูงนั้นมีรูปแบบเฉพาะตัว (ปัจจัตตลักษณะ) ในการสร้างความรู้และความจริงจากการพึ่งพาตนเอง โดยมีวิถีการดำรงชีวิตอย่างพอเพียงเป็นจุดร่วมที่มีความสำคัญ เศรษฐกิจพอเพียงต้องการทำความเข้าใจกับคุณค่าใหม่ๆ ที่มีผลต่อการตัดสินใจของคนที่อยู่ในพรมแดนที่กว้างออกไป

          ความพยายามในการสร้างเอกภาพท่ามกลางความหลากหลายทำให้เกิดการค้นหาและค้นพบแนวคิดเชิงปรัชญาที่ถูกเก็บงำไว้ ที่จะช่วยสร้างความหมายใหม่เพื่อเป็นทางเลือกที่แตกต่าง เพราะ มุมมองที่หลากหลายได้ช่วยสร้างความเข้าใจพุทธปรัชญาที่ใช้เป็นพื้นฐานในการทำความเข้าใจแนวคิดต่างๆ ของเศรษฐกิจพอเพียง โดยดึงคนให้เข้าสู่โลกของธรรมและการพัฒนาเศรษฐกิจ

          งานวิจัยชิ้นนี้จึงบอกเล่าชีวิตผ่านวิถีการดำเนินชีวิต จิตใจที่เบิกบาน และบริการของระบบนิเวศในประเทศต่างๆ ซึ่งพิสูจน์ความเป็นสากลของปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว แสดงให้เห็นการเตรียมรับมือเพื่อเผชิญกับภาวะความแห้งแล้งด้วยปรัชญาที่ซ่อนอยู่ในสวนครัวของชาวลาว การสร้างความมั่นคงทางด้านพลังงานด้วยการผลิตไฟน้ำของชนเผ่าที่เมียนมาร์ การแพทย์ทางเลือกของครูขะแมร์ หมอผีที่เป็นที่พึ่งพาของคนกัมพูชา ตลาดน้ำเจอโหนยไก๊รังของเวียดนามและการฟื้นเมืองเก่าด้วยพุทธศิลปกรรมปูนปั้นของไทย

          การค้นหาปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงของประเทศสมาชิกจึงเป็นสิ่งที่อาเซียนอภิวัตน์ต้องการเพื่อสร้างทางเลือกใหม่ๆ ทำให้คนมนสิการ (พิจารณาอย่างรอบคอบเป็นเหตุเป็นผล) คุณธรรมต่างๆ มาสู่ตนเองได้ ขณะเดียวกันก็สร้างสังคมแห่งพรหมวิหารธรรมและสังคหวัตถุธรรมที่จะทำให้คนผูกพันและเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่กัน กระบวนการแสวงหาความรู้เพื่อค้นหาและตีความปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงซึ่งมีความหมายแตกต่างกันไปในแต่ละประเทศ จะเป็นฐานสำคัญในการขับเคลื่อนประชาสังคมอาเซียนต่อไป

  อ่านทั้งหมด 728 คน

BACK