ขนาดอักษร  เล็กลง | มาตรฐาน | ใหญ่ขึ้น

tong

ความหมายของทองสำหรับชาวเมียนมาร์

          ทองเป็นการสร้างสรรค์ระบบเศรษฐกิจขึ้นมา คุณค่าของทองอยู่ที่การศึกษาคุณค่าที่แท้จริงของทรัพยากรในแง่ที่เป็นพลังแห่งการสร้างสรรค์สิ่งต่างๆ เพื่อให้คนสามารถพึ่งพาตนเองได้ และช่วยปกป้องพระพุทธศาสนาเอาไว้ การมีชีวิตอยู่กับทองจึงทำให้คนดำรงชีวิตอยู่ในศีลธรรม ทองจึงมีคุณค่าทางศีลธรรมอยู่มากมายในตัว กลไกทางเศรษฐกิจทำให้ทองช่วยสร้างคุณูปการต่างๆ ให้แก่สังคม

ตลาดทองอินเซ

          ทองที่ตลาดอินเซ ตลาดทองเก่าแก่ของกรุงย่างกุ้งที่เปิดมานานกว่า 50 ปี เพราะย่านอินเซนั้นมีช่างทองอาศัยอยู่มาก สืบเชื้อสายมาจากช่างทองของราชสำนัก ศิลปะการทำทองจึงถูกถ่ายทอดต่อมาจากบรรพบุรุษ อินเซจึงเป็นแหล่งทำทองที่มีชื่อเสียง ผู้ประกอบการมองหาพื้นที่ค้าขายทองเพราะมีช่างทองที่มีฝีมืออยู่มากมายและค่าแรงราคาถูก จึงได้รวมตัวกันสร้างตลาดทองอินเซขึ้นมาเพื่อเป็นศูนย์กลางในการค้าทองและเพชรพลอย ทองได้จากอำเภอชเวย์จิน ของรัฐพะโค ทางภาคกลางของเมียนมาร์ อยู่ห่างออกไปจากเมืองย่างกุ้งประมาณ 6 ชั่วโมงถูกนำมาแปรรูปโดยผสมกับพลอยชนิดต่างๆ และวางขายในตลาดอินเซ

          ร้านทำทองกระจุกตัวอยู่ทางด้านหลังของตลาดหลายสิบร้าน ลูกค้าที่ต้องการสั่งทำทองจะเดินมาซื้อถึงร้าน ส่วนใหญ่นำแบบที่ต้องการมาให้ดูด้วย ร้านทองขนาดใหญ่จะมีช่างทองประจำร้านถึง 100 คน ถ้าเป็นร้านทองเล็กๆ จะมีช่างอยู่เพียง 2 คน

ทองและพระพุทธ

          ชาวเมียนมาร์เชื่อว่า ทองมีจิตวิญญาณของตัวเอง จิตวิญญาณอยู่ในรูปของพลังแห่งการสร้างสรรค์ที่จะช่วยปกป้องพระพุทธศาสนาและรักษาพระไตรปิฎกให้ยังคงมีชีวิตอยู่ต่อไป ทองเมียนมาร์เป็นทองที่มีคุณภาพ และมีระบบการรับประกันที่ดี เป็นที่นิยมมากกว่าทองจากเมืองจีน เพราะเป็นทองทำมือที่มีฝีมือดีกว่า ทองทำมือเป็นศิลปะที่มีความเป็นหนึ่งเดียวระหว่างการตีทองเพื่อขึ้นรูปและการขัดทอง

          การตีทองต้องตีให้เสมอกันและตีอย่างรวดเร็ว ช่างทองที่จะตีทองได้ต้องได้รับการฝึกฝนจนชำนาญ ช่างทองอธิบายทักษะที่มีว่าเป็นพลังวิเศษภายในตัว พลังที่ไม่สามารถถ่ายทอดให้กับได้นี้และความตั้งใจจะทำให้ทองออกมาสวยงาม การตีทองใช้เวลา 2 วัน ผู้ที่มีพรสวรรค์จะสามารถเรียนรู้การตีทองได้สวยภายใน 1 ชั่วโมง

          หลังจากตีทองแล้วต้องเอาเหล็กแหลมคมมานั่งขัด เรียกว่า “ตะซิน” ซึ่งเป็นงานที่ต้องใช้แรงมาก เพราะต้องขึ้นลายให้มีความละเอียดอ่อนช้อย ทองส่วนใหญ่นิยมทำเป็นรูป “สิกขมนะ” ลายดอกไม้ที่เป็นสัญลักษณ์ของพม่า และลายศิลป์ของพม่าที่เรียกว่า “กะนูป่า” ซึ่งเป็นลายประจำราชสำนักของมัณฑะเลย์ การขัดเป็นขั้นตอนที่ช่วยขัดเกลาจิตใจคนให้มุ่งมั่นและจดจ่ออยู่กับการงาน

          การขัดจึงต้องกระทำด้วยความระมัดระวังและแน่วแน่ในทักษะฝีมือเฉพาะตัว การสร้างคนให้มีความมุ่งมั่นทำให้เศรษฐกิจเป็นสิ่งที่ทุกคนยอมรับ เพราะคนไม่สามารถสร้างทุกสิ่งที่ต้องการได้เองทั้งหมด ดังนั้นจึงควรเลือกทำในสิ่งที่พอจะทำได้ เศรษฐกิจต้องสร้างคนให้เป็นผู้มีจิตใจแน่วแน่ สามารถพึ่งตัวเองได้ ลดการพึ่งพาทางวัตถุ เพื่อให้คนอยู่ได้อย่างมีความสุขแม้ว่าจะไม่มีทรัพยากรและเครื่องอำนวยความสะดวกสบายในชีวิต การอยู่ด้วยใจที่แน่วแน่และลดการพึ่งพาวัตถุจะช่วยทำให้เข้าใจโลกมนุษย์และโลกของเทวดาทั้งหลาย ทำให้คนลึกซึ้งในคุณค่าของชีวิตและความงาม สัมผัสที่ลึกซึ้งจะทำให้ทองมีจิตวิญญาณของตนเอง

          การทำทองด้วยมือทำให้มีการพัฒนาคุณภาพงานอย่างต่อเนื่องและพัฒนาคน การพัฒนาใดๆ ต้องนำไปสู่การสร้างความรู้เพื่อการปฏิบัติที่ถูกต้อง และความรู้ต้องถูกวิเคราะห์ต่อยอดอยู่ตลอด ดังนั้นการทำทองไม่ใช่แค่การทำงานอดิเรกแต่เป็นศิลปะวิชชาชั้นสูง ผู้ที่สามารถทำทองออกมาได้สวยงามต้องมีธรรมโดยมีความวิริยะอย่างสูงและจิตใจดี

ชเววาทอกและพระธรรม

          การทำทองเป็นศิลปะ 1 ใน 10 แขนงที่สำคัญของเมียนมาร์ ช่างทองต้องได้รับการฝึกอบรมนานกว่า 4 ปี โดยเรียนจาก “งวยทอ” หรือครูช่างที่มีฝีมือโดยตรง ตามโรงเรียนช่าง หรือ “ชเววาทอก” ที่มีอยู่มากมายมากกว่า 100 แห่ง ชเววาทอกคือร้านทองที่เปิดสอนการทำทองให้แก่ผู้ที่สนใจ โรงเรียนช่างศิลป์ทำทองที่มีอยู่ทั่วไปทำให้การศึกษาเรื่องทองแพร่หลายออกไป

          ทองเป็นศิลปะที่มีอยู่ทั่วไป ช่างทองส่วนใหญ่เรียนรู้ศิลปะมาจากวัด ชาวเมียนมาร์ที่ไปวัดเพื่อไปเรียนพุทธศาสนาซึ่งสอนเรื่องความสงบและวัฎสงสาร พระธรรมมีบทบาทสูงต่อชีวิตของชาวเมียนมาร์ โดยยึดเป็นแนวทางในการดำเนินชีวิต

          มนุษย์ในอุดมคติทางพระพุทธศาสนานั้นต้องมี 2 ตา ทั้งตาของเศรษฐกิจและดวงตาเห็นธรรม ระบบเศรษฐกิจของเมียนมาร์แบ่งคนออกเป็น 5 ชนชั้นได้แก่ รัฐบาล พ่อค้า ชาวชนบทและชาวนา คนงาน และพวกที่เห็นแก่ตนเอง เงินจะทำให้คนเห็นแก่ตัว ระบบเศรษฐกิจจึงต้องสอนให้คนรู้จักการใช้เงินเพื่อลดความเห็นแก่ตัวลง โดยใช้ทรัพยากรอย่างถูกต้องเหมาะสมและลดของเสียต่างๆ ขณะที่ธรรมจะทำให้คนมีมานะพยายามทำในสิ่งที่เป็นไปไม่ได้ให้เป็นไปได้ เพื่อสร้างทรัพย์สินทั้งของตนเองและผู้อื่น ให้งอกงาม ทรัพย์สินนั้นหมายถึงทรัพย์ในทางโลก (วัตถุสิ่งของ) และทรัพย์ในทางธรรม การร้องขออ้อนวอนจึงถูกมองว่าเป็นการสูญเสียทางเศรษฐกิจ

          ทองจึงปลุกเร้าให้คนมีฉันทะพยายาม เพราะเป็นเครื่องมือแห่งความสำเร็จ โดยมีใจที่มุ่งมั่นที่จะทำสิ่งต่างๆ ให้สำเร็จลุล่วงลงไป สามารถก้าวข้ามความยากลำบากต่างๆ อย่างไม่ยอมแพ้ หมั่นติดตามตรวจสอบและการทบทวน (วิมังสา) คุณสมบัติเหล่านี้คือคุณสมบัติสำคัญที่จะทำให้ประเทศชาติเจริญรุ่งเรืองขึ้นมาได้

          ฉันทะในเรื่องการทำทองจะทำให้ความพยายามใดๆ สำเร็จลงได้ องค์ธรรมของฉันทะประกอบไปด้วยความพยายาม ทักษะ ความรู้และวิทยาการใหม่ๆ มีความอดทน ความตั้งใจที่แน่วแน่ไม่เลิกราไปง่ายๆ และความพยายามด้วยการทำงานอย่างหนัก

          พระสงฆ์มีหน้าที่สอนธรรมะเพื่อเพิ่มพูนความรู้ดังกล่าว พระสงฆ์ช่วยสั่งสอนให้คนมีความรู้ในการประพฤติปฏิบัติได้อย่างถูกต้องและเหมาะสม ตามแนวทางคำสั่งสอนขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า การไปวัดทุกวันทำให้คนส่วนใหญ่ปฏิบัติตามคำสอนอย่างเคร่งครัด และซึมซับเอาศิลปะต่างๆ ไปด้วย ทองกับธรรมะจึงเป็นสิ่งที่คู่กันในความคิดของชาวเมียนมาร์

          ทองเป็นองค์ประกอบสำคัญของพุทธศิลป์ อัตลักษณ์ของเมียนมาร์ที่สร้างสำนึกให้คนเห็นบาปบุญคุณโทษ เมื่อการทำทองเป็นการสืบสานพระพุทธศาสนาจึงทำให้มี “ชเววาทอก” หรือโรงเรียนช่างทองเกิดขึ้นมากมาย

ทองและพระสงฆ์

          ในช่วงปี ค.ศ. 1885 ที่อังกฤษมายึดครองประเทศนั้นได้มีการเผยแพร่วัฒนธรรมของประเทศอังกฤษอย่างเข้มข้น ทำให้เกิดการผสานทางวัฒนธรรมอย่างสับสนในเมียนมาร์ พระสงฆ์กลายเป็นผู้รักษาวัฒนธรรมของเมียนมาร์เอาไว้ ผ่านความกล้าในการต่อสู้เพื่ออิสรภาพ (Fight for freedom) ดังที่ปรากฏในการเคลื่อนไหวของตาคิน (Takin movement) ที่คนออกมาร่วมกันต่อสู้เพื่ออิสรภาพ

          เหตุการณ์ครั้งนั้นทำให้ชาวเมียนมาร์ตระหนักถึงความสำคัญในการต่อสู้เพื่อรักษาวัฒนธรรมของตนเอาไว้ด้วย ควบคู่ไปกับต่อสู้ทางวัฒนธรรมของชาติอื่นๆ ที่เข้ามามีอิทธิพลกับชีวิตคน สิ่งที่เป็นตัวแทนทางวัฒนธรรมคือการแต่งกายและจิตใจ ชาวเมียนมาร์ให้ความสำคัญกับการแต่งกายด้วยชุดประจำชาติอย่างสุภาพ วัฒนธรรมทางจิตใจคือการทำใจให้เป็นพรหมที่กอปรไปด้วยเมตตา กรุณา (Love and kindness) คอยช่วยเหลือผู้อื่น มุทิตาและอุเบกขา ศิลปะการทำทองและการถวายทองแก่พระพุทธรูปเป็นภาพสะท้อนของสังคมที่แสดงถึงความเป็นพรหม ซึ่งเป็นวัฒนธรรมที่สำคัญอย่างหนึ่งอย่างหนึ่งของเมียนมาร์

          ทองยังมีความหมายในการเป็นผู้นำของพระสงฆ์ ชาวเมียนมาร์ต่างต้องการเป็นผู้นำ หรือ “เมโช” เพราะผ่านการต่อสู้เพื่อเรียกร้องอิสรภาพ ความเป็นผู้นำจึงอยู่ในสายเลือดของชาวเมียนมาร์ทุกคน โดยเห็นว่า “สังฆานัง นโมสุข” ความสุขเป็นของผู้ที่รวมกันเป็นหนึ่ง พระสงฆ์จึงต้องเชื่อมร้อยผู้คนให้รวมกันเป็นหนึ่งเพื่อรักษาความเจริญรุ่งเรืองเอาไว้ ขณะที่พระสงฆ์ทำหน้าที่สั่งสอนอบรมให้คนตั้งมั่นอยู่ในศีล 5 เพราะศีล 5 จะทำให้คนไม่ทำร้ายกัน พระสงฆ์ยังมีส่วนร่วมในการขับเคลื่อนเรื่องสันติภาพในรัฐสภาของเมียนมาร์อีกด้วย

          พระสงฆ์ส่วนใหญ่คือผู้ที่มีโอกาสทางการศึกษา ดังนั้นจึงถูกคาดหวังให้เป็นผู้นำความรู้มาถ่ายทอดสู่สังคม ต้องเป็นผู้อุทิศตนต่อการทำงานอย่างไม่ย่อท้อ (วิระยะ) พระสงฆ์สอนให้คนรู้จักรักษาทรัพย์สินให้เพิ่มพูนเพื่อสร้างความมั่นคงให้กับอนาคต และยังเป็นกัลยาณมิตรที่ดี สามารถเข้าถึงกลุ่มคนต่างๆ ได้ พระสงฆ์จึงมีบทบาทสำคัญในเศรษฐกิจสังคม

          พระสงฆ์รุ่นใหม่ได้รับการศึกษาในระดับสูงจะทำงานด้านเผยแผ่ เพื่อยกระดับความรู้ของชาวเมียนมาร์ ให้คนเข้าถึงองค์ความรู้สมัยใหม่ต่างๆ โรงเรียนวัดเปิดโอกาสทางการศึกษาให้กับเด็กๆ โดยเฉพาะเด็กข้างถนนที่จะได้มีโอกาสเรียนเพื่อไปเป็นอนาคตของประเทศต่อไป เด็กข้างถนนที่ต้องทำงานไปด้วยไม่สามารถไปเรียนในระบบปกติก็สามารถเรียนรู้ทางวิชาชีพได้ เช่น การเกษตร การเย็บผ้า คอมพิวเตอร์และภาษา โดยเฉพาะภาษาที่จำเป็นในการสื่อสารต่างๆ ทั้งภาษาอังกฤษ ภาษาญี่ปุ่น และภาษาจีน เป็นต้น การเรียนรู้ส่วนใหญ่เป็นการเรียนรู้จากการปฏิบัติจริง (Workshop) เพื่อให้ผู้เรียนได้ฝึกปฏิบัติและนำมาแลกเปลี่ยนกัน ที่เมียนมาร์ การเป็นครูพระไม่ได้รับเงินเดือน

          การทำงานของพระสงฆ์ได้รับการสนับสนุนจากรัฐบาลและองค์กรเอกชนต่างๆ เช่น ปักกา ก็อยู่ภายใต้การนำของพระสงฆ์ที่สอนเป็นภาษาเมียนมาร์ และได้รับการยอมรับจากรัฐบาล โรงเรียนสาธารณกุศลของวัด (Monastery school) ก็สอนความรู้สมัยใหม่มากขึ้น ขณะที่มีความรู้ทางพระพุทธศาสนาเป็นพื้นฐานในการเรียนการสอน นอกจากนี้ยังมีโรงเรียนพระพุทธศาสนาที่สอนพระพุทธศาสนาเท่านั้นเพื่อรักษาพุทธประเพณีเดิมเอาไว้ ส่วนใหญ่จะสอนกันในวันหยุดเสาร์ อาทิตย์

          เมียนมาร์มีความพยายามในการพัฒนาหลักสูตรพิเศษเพื่อเผยแผ่คำสั่งสอนของพระพุทธองค์ แก่คนรุ่นใหม่ได้เข้าใจและเข้าถึงมากขึ้น โดยชี้ให้เห็นทั้งคุณและโทษของสิ่งต่างๆ รอบตัว ให้คนสามารถพึ่งพาตนเองได้ รวมทั้งส่งเสริมวัฒนธรรมของชาวพุทธให้เป็นประเพณีปฏิบัติ พระสงฆ์มีบทบาทในการส่งเสริมวัฒนธรรมที่ดีงามของชาวพุทธและของเมียนมาร์ และพยายามที่จะรักษาอัตลักษณ์ของเมียนมาร์เอาไว้

          ทองทำให้ระบบเศรษฐกิจกลายเป็นกลไกการสร้างสรรค์ ที่หมายถึงการพัฒนาทักษะของคนต่อไปอย่างต่อเนื่อง จนทำให้คนเชื่อมั่นในศักยภาพของตนเอง และ การให้การศึกษาและประสบการณ์แก่คน โดยการศึกษาที่สำคัญคือการศึกษาเพื่อสันติภาพ (Peace education) เพราะสันติภาพแสดงถึงการเคารพผู้อื่น ฝึกให้คนรู้จักควบคุมตนเองและมีความประพฤติที่ดี การศึกษาเพื่อสันติภาพจะช่วยแก้ปัญหาเศรษฐกิจต่างๆ ไปได้ ในขณะเดียวกันก็กระจายความช่วยเหลือต่างๆ ไปให้กับคนในสังคมวงกว้าง

ปรัชญาภิปราย

          ทองทำให้คนเข้าถึงคุณค่าทางศีลธรรม ซึ่งเป็นกลไกทางเศรษฐกิจที่สำคัญที่ช่วยสร้างคุณูปการต่างๆ ให้แก่สังคม จิตวิญญาณของทองทำให้คนเกิดพลังแห่งการสร้างสรรค์ที่นอกจากจะสร้างสรรค์เศรษฐกิจแล้วยังช่วยปกป้องพระพุทธศาสนาและรักษาพระไตรปิฎกให้ยังคงมีชีวิตอยู่ต่อไป สัมผัสที่ลึกซึ้งจากการอยู่กับใจที่แน่วแน่และลดการพึ่งพาวัตถุ (เทคโนโลยี) ทำให้ทองมีจิตวิญญาณของตนเอง

          ทองทำมือทำให้เกิดการพัฒนาคุณภาพงานและการพัฒนาตน ทองจึงเป็นศิลปะวิชชาชั้นสูง ผู้ที่สามารถทำทองออกมาได้สวยงามต้องมีธรรมโดยมีความวิริยะสูงและจิตใจดี ซึ่งเป็นลักษณะของมนุษย์ในอุดมคติทางพระพุทธศาสนาที่มีทั้งตาทางเศรษฐกิจและดวงตาเห็นธรรม

อ่านทั้งหมด 615 คน

BACK